เจ้าแหลม ศรีสะเกษ เจาะจุดเด่นเชิงมวย เอสตราด้า

เจ้าแหลม ศรีสะเกษ

เจ้าแหลม ศรีสะเกษ ศึกรีแมตช์ของ  นครหลวงโปรโชั่น แชมป์โลก รุ่น ซูเปอร์ฟลายเวท WBC กับคู่แค้นอย่าง ฮวน ฟรานซิสโก้ เอสตราด้า ผู้ชาวเม็กซิกัน

ซึ่งทั้งคู่จะขึ้นฟาดปากกันที่สังเวียน เดอะ ฟอรัม อิงเกิลวูด ลอสแองเจลิส วันที่ 26 เม.ย.นี้ตามเวลาท้องถิ่น (เช้าวันที่ 27 เม.ย.ตามเวลาไทย)

ก่อนสงครามแค้นของคู่นี้ที่ต้องรอเวลามานานกว่า 1 ปี จะเกิดขึ้นลองมาส่องกันหน่อยซิว่า ” ศรีสะเกษ ” กับ ” เอสตราด้า ” ใครเด่น ใครด้อย ด้านใดบ้าง ?

1. พลังหมัด (ศรีสะเกษ 10 – เอสตราด้า 7)
หากว่ากันด้วยเรื่องของพลังกำปั้นทุกคนคงรู้กันดีว่าทาง ” ศรีสะเกษ ” คือเบอร์ 1 ในรุ่นนี้ แม้แต่ โรมัน กอนซาเลซ อดีตกำปั้นที่ดีที่สุดในโลก ยังเคยพลาดท่าให้แก่พลังหมัดของแชมป์โลกชาวไทยมาแล้ว

เมื่อมาดูสถิติของทั้งสองคนเห็นได้ชัดว่า ” ศรีสะเกษ ” เหนือกว่า ” เอสตราด้า ” ชัดเจน โดยแชมป์โลกชาวไทยมีอัตราน็อกคู่ต่อสู้สูงถึง 79% (41ครั้ง) ส่วนฝั่งผู้ท้าชิงน็อกคู่ชกได้เพียง 63% (26ครั้ง)

2. ความเร็ว (ศรีสะเกษ 7.5 – เอสตราด้า 9)
การเข้าทำที่รวดเร็วและฟุตเวิร์คที่พริ้วไหว คึอ ทีเด็ดของ ” เอสตราด้า ” แถมสปีดหมัดของกำปั้นชาวเม็กซิกันก็ไม่ธรรมดา บอกได้เลยว่า ” ศรีสะเกษ ” เป็นรองด้านความเร็วอย่างเห็นได้ชัด

อย่างไรก็ตามไฟต์แรกที่ทั้งคู่เจอกันช่วงต้นๆ ” ศรีสะเกษ ” โดนสปีดของ ” เอสตราด้า ” เล่นงานปั่นป่วนพอสมควร โดยกำปั้นชาวเม็กซิกันได้อาศัยความเร็วชิงจังหวะออกหมัดก่อนอยู่บ่อยครั้ง

แถมยังใช้สเต็ปเท้าหลบหลีกการโจมตีได้ดี กว่าเจ้าแหลมจะคลำเป้าเจอก็เล่นเอาเหนื่อยอยู่เหมือนกัน

3. ความทนทาน (ศรีสะเกษ 9 – เอสตราด้า 7)
จุดเด่นของ ” ศรีสะเกษ ”

อีกอย่างนึงก็คงเป็นเรื่องคางที่ทนทานเหลือเกิน แม้จะโดนต่อยจนหน้าสะบัดแต่เจ้าแหลมก็ยังสามารถยืนแลกหมัดกับคู่ต่อสู้ได้ตลาด จนต้องยกให้แชมป์โลกชาวไทยคือมวยที่คางหินที่สุดของพิกัดนี้

แม้ฝั่งของ ” เอสตราด้า ” จะยังไม่เคยแพ้ด้วยการโดนน็อกมาก่อน แต่เมื่อลองเทียบกันแล้วก็ต้องบอกว่าเจ้าแหลม ” อึด ถึก ทน ”

กว่าทางผู้ท้าชิงแน่นอน หากใครได้กลับดูไฟต์แรกของ ” ศรีสะเกษ ” กับ ” โรมัน ” ที่ทั้งคู่แลกหมัดกันแบบดุเดือดเลือดท่วม ซึ่งเจ้าแหลมเองก็รับหมัดไปไม่น้อย แต่เขาก็ยืนหยัดได้จนครบ 12 ยก

4. ความแม่นยำ (ศรีสะเกษ 7.5 – เอสตราด้า 8.5)

คุณสมบัติสำคัญของนักมวยอีกอย่างนึงก็คือ ความแม่นยำและเฉียบคมในการออกอาวุธ

ซึ่งสิ่งนี้เห็นได้ชัดเจนกว่าในตัวของ ” เอสตราด้า ” โดยย้อนไปดูสถิติของไฟต์ที่แล้วทางผู้ท้าชิงชาวเม็กซิกันมีเปอร์เซ็นต์การออกหมัดแล้วเข้าเป้ามากกว่า ” ศรีสะเกษ ” แม้จะออกหมัดน้อยกว่าก็ตาม

โดยสถิติออกมาว่า ” ศรีสะเกษ ” ออกหมัดทั้งหมัด 879 ครั้ง เข้าเป้า 194 ครั้ง (ความแม่นยำ 22%) ด้าน ” เอสตราด้า ” ออกหมัดทั้งหมด 671 ครั้ง เข้าเป้า 189 ครั้ง (ความแม่นยำ 28%)

เห็นได้ชัดว่าแชมป์โลกชาวไทยออกหมัดมากกว่าผู้ท้าชิง 200 ครั้ง ทว่าจำนวนหมัดที่เข้าเป้ากลับมากกว่าทาง ” เอสตราด้า ” เพียงแค่ 5 ครั้ง เท่านั้นเอง

5. รูปร่างช่วงชก (ศรีสะเกษ 7.5 – เอสตราด้า 8)

มวยคู่นี้รูปร่างและความสูงแทบจะไม่หนีกันเลย ซึ่ง ” เอสตราด้า ” ดีกว่าแค่เล็กน้อย ทว่าเมื่อดูช่วงชกทาง ” ศรีสะเกษ ” กลับเสียเปรียบอยู่พอสมควร หากทั้งสองคนแลกหมัดกันก็มีโอกาสที่เจ้าแหลมจะเป็นฝ่ายโดนหมัดก่อน

พอเทียบรูปร่างกันแบบชัดๆ ” เอสตราด้า ” สูงกว่า ” ศรีสะเกษ ” อยู่ 3 ซ.ม. โดยแชมป์โลกชาวไทยสูง 160 ซ.ม. ส่วนผู้ท้างชิงสูง 163 ซ.ม.

อย่างไรก็ตามช่วงชกของกำปั้นชาวเม็กซิกันยาวกว่าและได้เปรียบเจ้าแหลมถึง 7 ซ.ม. ซึ่ง ” เอสตราด้า ” มีช่วงชก 168 ซ.ม. ด้าน ” ศรีสะเกษ ” มีช่วงชกแค่เพียง 161 ซ.ม.

6. ไอคิวมวย (ศรีสะเกษ 7 – เอสตราด้า 8.5)

ทั้งคู่คือมวยคนละสไตล์ซึ่งมีต่างกันสุดขั่ว ” ศรีสะเกษ ” สายลุยบู้ดุดัน แตกต่างกับ ” เอสตราด้า ” ที่เป็นจังหวะฝีมือ

โดยต้องยอมรับว่านักมวยชาวเท็กซิโกมีความฉลาดและไอคิวมวยเหนือกว่าเจ้าแหลม

โดยพื้นฐานแล้วมวยประเภทฝีมือมักจะมีความฉลาดและเจ้าเล่ห์เพื่อนำมาใช้ล่อหลอกคู่ต่อสู้ ซึ่ง ” เอสตราด้า ”

ก็เป็นหนึ่งในนั้น สวนทางกับมวยสไตล์ไฟต์เตอร์อย่าง ” ศรีสะเกษ ” ที่เน้นหนักไปทางสัญชาตญาณซะมากกว่า

7. การป้องกัน (ศรีสะเกษ 7 – เอสตราด้า 8)

ปัญหาใหญ่ๆ ของทาง ” ศรีสะเกษ ” คงหนีไม่พ้นระบบการการป้องกันตัว ที่เห็นได้บ่อยครั้งว่าเขามักจะการ์ดตกหน้าเปิดเป็นประจำ แถมจังหวะเดินก็ไม่ค่อยรัดกุม

ถ้าหากโดนหมัดเยอะๆ อาจเป็นปัญหากับเกมยาวของแชมป์โลกชาวไทยก็ได้

ต่างจาก ” เอสตราด้า ” ที่พยายามจะหลีกเลี่ยงการปะทะแบบตรงๆ โดยการใช้ฟุตเวิร์คคอยหลบหลีกหมัดของคู่ชก

นอกจากนี้ยังเป็นการทำให้ตัวเองไม่ตกเป็นเป้านิ่งของคู่ต่อสู้

8. การชกต่างแดน (ศรีสะเกษ 8 – เอสตราด้า 8)
ทั้งสองคนถือมีประสบการณ์การชกต่างแดนที่ใกล้เคียงกัน โดยทั้งคู่เคยบินไปชกนอกบ้านเกิดของตัวเองคนละ 7 ครั้ง ซึ่งเป็นจำนวนที่เท่ากัน

โดย ” ศรีสะเกษ ” เคยไปชกที่ ญี่ปุ่น 3 ครั้ง, เม็กซิโก 1 ครั้ง, สหรัฐฯ 3 ครั้ง ฝั่ง ” เอสตราด้า ” เคยไปชกที่ มาเก๊า 2 ครั้ง, สหรัฐฯ 5 ครั้ง

9. สภาพร่างกาย (ศรีสะเกษ 8.5 – เอสตราด้า 9)
” เอสตราด้า ” ดูจะได้เปรียบ ” ศรีสะเกษ ” อยู่นิดหน่อย

หลังจากที่กำปั้นชาวเม็กซิโกได้บินไปเก็บตัวในแอลเอตั้งแต่ช่วงต้นเดือนมีนาคม ซึ่งผู้ท้าชิงชินกับสภาพอากาศในสหรัฐฯมากกว่าเจ้าแหลมจากการเก็บตัว

แถมร่างกายของทาง ” เอสตราด้า ” เห็นได้ชัดว่ามีแต่กล้ามเนื้อและคงต้องชมว่าผู้ท้าชิงเตรียมตัวมาดีมาก ด้าน ” ศรีสะเกษ ” เองก็อยู่ในเกณฑ์ดีโดยไม่ได้เสียเปรียบอะไรมากมายนัก

10. การผ่านมวย (ศรีสะเกษ 9 – เอสตราด้า 9)
ก็ต้องยอมรับว่า ” ศรีสะเกษ ” และ ” เอสตราด้า ” เคยผ่านมวยแข็งๆ มาแล้วหลายราย

ซึ่งทั้งคู่ต่างได้ดวลหมัดกับ ” โรมัน ” มาแล้ว หากจะให้มาเทียบการผ่านมวยของทั้งคู่คงต้องบอกว่าใกล้เคียงกัน ไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบ

อย่างไรก็ตาม เจ้าแหลม ศรีสะเกษ เคยผ่านมวยดังๆ อย่าง โยตะ ซาโตะ, อากิระ ยาเอะกาชิ, คาร์ลอส คูเอดราส, โฮเซ่ ซัลกาโด้ และ โรมัน กอนซาเลซ ด้าน ” เอสตราด้า ”

ก็เคยผ่าน ฮวน คาร์ลอส ซานเชซ จูเนียร์, ไบรอัน วิลเรีย, มิลาน เมลินโด้, จิโอวานนี เซกูรา, เฮอร์นัน ไทสัน มาร์เกซ และ โรมัน กอนซาเลซ

หากมารวมคะแนนของแต่ละคนปรากฏว่าทาง ” ศรีสะเกษ ” ได้ 81 ส่วนฝั่ง ” เอสตราด้า ” ได้ 82 จาก 100 คะแนนเต็ม

โดยตัวเลขนี้ไม่ได้เป็นข้อชี้วัดว่าใครจะแพ้หรือชนะ ซึ่งเป็นเพียงแค่การรวบรวมข้อมูลต่างเพื่อมาเปรียบเทียบกันเท่านั้น

ติดตามอ่านต่อที่ http://www.kseboard.com/ ได้ทุกวัน

สนใจสมัคร www.ufabet369.net มีโปรเด็ดโดนใจทุกวัน